เซนต์เบอร์นาร์ด สุนัขนักบุญแห่งสวิส

สุนัข เซนต์เบอร์นาร์ด จัดอยู่ในกลุ่ม WORKING สุนัข ที่มีโครงสร้างใหญ่ ใจดี และมีนัยน์ตาเศร้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสุนัขพันธุ์นี้ รูปร่างสูงเด่นได้สัดส่วน ดูแข็งแรงบึกบึน เต็มไปด้วยพละกำลัง มีกล้ามเนื้อสมส่วนแข็งแรง หัวกะโหลกใหญ่ หน้าผากกว้าง หูตก บริเวณคอใหญ่จนดูเหมือนว่ามีคอสั้น หน้าอกมีขนาดกว้างใหญ่ ช่วงขาแข็งแรง กระดูกขาใหญ่สมดุลกับตัว อุ้งเท้ามีขนาดใหญ่ มี 2 ชนิด คือ ชนิดขนสั้นและชนิดขนยาว

เซนต์เบอร์นาร์ด สามารถมีชีวิตนานถึง 9 ปี มีน้ำหนัก ประมาณ 73-110 กิโลกรัม สูง 70-90 เซนติเมตร ขนยาวหนา มีสีน้ำตาลแดง ขาว และดำ ปนกัน นร่างเป็นเอกลักษณ์ มีนิสัยเป็นมิตร ภักดี ฉลาด รักสนุก ช่างประจบประแจง น่ารัก (โดยเฉพาะกับเด็กๆ) และชอบคนมากๆ บุคลิกมีตั้งแต่เงียบขรึมจนถึงทะลึ่งตึงตังอยู่ไม่เป็นสุข ชอบการฝึกฝนและการพาเข้าสังคม ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันทั่วโลก

เซนต์เบอร์นาร์ด สามารถมีชีวิตนานถึง 9 ปี มีน้ำหนัก ประมาณ 73-110 กิโลกรัม สูง 70-90 เซนติเมตร ขนยาวหนา มีสีน้ำตาลแดง ขาว และดำ ปนกัน นร่างเป็นเอกลักษณ์ มีนิสัยเป็นมิตร ภักดี ฉลาด รักสนุก ช่างประจบประแจง น่ารัก (โดยเฉพาะกับเด็กๆ) และชอบคนมากๆ บุคลิกมีตั้งแต่เงียบขรึมจนถึงทะลึ่งตึงตังอยู่ไม่เป็นสุข ชอบการฝึกฝนและการพาเข้าสังคม ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันทั่วโลก

000

โรคและการป้องกัน

สุนัข เซนต์เบอร์นาร์ด มักมีปัญหาในเรื่องสุขภาพ เนื่องจากมีอัตราการเติบโตเร็วมาก ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูก หากไม่ได้กินอาหารที่ถูกต้อง การเลี้ยงแบบไม่ถูกสุขลักษณะ สารอาหารไม่เหมาะสม และการไม่ได้ออกกำลังกาย สาเหตุเหล่านี้ล้วนทำให้อายุมันสั้นและเจ็บกระเสาะกระแสะ กินเงินเจ้าของ โดยมีโรคประจำพันธุ์ เซนต์เบอร์นาร์ด คือ โรคข้อ โรคผิดปกติของตา โรคลมบ้าหมู โรคหัวใจ ฯลฯ

1.โรคข้อสะโพกเสื่อม โรคนี้จะเป็นปัญหาที่พบกันค่อนข้างมาก อาการแรกเริ่ม สุนัข จะมีอาการเจ็บปวดขาหลังเวลาเดิน จึงไม่ชอบขยับเขยื้อน อาการจะมากขึ้นจนสุนัขไม่ยอมลุกขึ้นมาเดินอีกเลย ลักษณะจะแตกต่างกับอาการเจ็บขาธรรมดา คือ ถ้าสุนัขเจ็บขาธรรมดาจะเจ็บข้าง เดียวแต่ถ้าเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อมจะเจ็บทั้ง 2 ข้าง สาเหตุอาจเกิดจากได้จากสายพันธุ์ และพันธุกรรม ซึ่งในส่วนของพันธุกรรม ก็คือความเสี่ยงต่อ2. โรคที่สุนัขมีอยู่เป็นทุนเดิม ประกอบกับความไม่รู้ของผู้เลี้ยง อาหารที่ให้สุนัขกินจึงไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอย่างไม่รู้ตัว ดังนั้น ผู้เลี้ยงจึงต้องดูแลเรื่องอาหาร ปรับความสมดุลทางโภชนาการ ให้กินอาหารที่หลากหลาย สุนัขที่โตเต็มที่แล้วควรให้อาหารแค่วันละมื้อ

2.โรคลมบ้าหมู จะทำให้สุนัขชักบ่อยๆ และควบคุมการทรงตัวไม่ได้ การแก้ไขเบื้องต้น ควรหาสถานที่ให้สุนัขอยู่อย่างสงบในห้องที่มืดๆ จนกว่าอาการชักจะทุเลาลง ในระหว่างที่สุนัขชักอย่าได้เข้าไปจับตัวเด็ดขาด เพราะมันอาจหันมากัดได้ ทั้งนี้ ยารักษาโรคลมบ้าหมูอาจช่วยลดอาการชักให้น้อยลงได้ แต่ควรปรึกษาการใช้ยาจากสัตวแพทย์ สำหรับสาเหตุของโรคชักเกิดจากพยาธิในลำไส้เป็นตัวการสำคัญ

3.โรคหัวใจ มีสาเหตุมาจากความผิดปกติในโครงสร้างและหน้าที่ของหัวใจ หรือความผิดปกติของหัวใจตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งอาการของสุนัขที่มีปัญหาโรคหัวใจจะมีอาการซึมเศร้า น้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรือกินอาหารได้น้อยลง ท้องกาง ไอแห้งๆ และมักไอเวลากลางคืน มีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนแรง หายใจลำบาก เหงือกซีด เป็นลมหมดสติ ทั้งนี้ สุนัขที่เป็นโรคหัวใจ สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ แต่จะต้องดูแลเรื่องการให้ยาอย่างใกล้ชิด ควรงดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมใดๆ ที่ทำให้สัตว์เหนื่อย เนื่องจากหัวใจต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น และสิ่งสำคัญคือ ระวังในเรื่องการให้อาหารและน้ำที่มีส่วนผสมของเกลือ ต้องมีปริมาณเกลือต่ำ

4.โรคต้อกระจก มักเกิดกับ สุนัข ที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป โดยจะมองเห็นแก้วตามีลักษณะขุ่นขาว ซึ่งสุนัขยังพอมองเห็นได้ แต่ถ้าแก้วตาขุ่นเพิ่มมากขึ้นก็จะทำให้มองไม่เห็น เนื่องจากแสงไม่สามารถผ่านเข้าไปยังจอรับภาพได้ ทั้งนี้สาเหตุเป็นเพราะโรคเบาหวาน หรือได้รับบาดเจ็บ มีแผลที่ตา อย่างไรก็ตาม โรคต้อกระจกอาจจะพบได้ในสัตว์อายุน้อยตั้งแต่เกิดจนถึง 3 ปี เนื่องจากเป็นมาตั้งแต่เกิด สำหรับการรักษา ควรรีบพาสุนัขของคุณไปพบสัตวแพทย์

อย่างไรก็ตาม โรคหัวใจบางชนิดสามารถป้องกันได้อย่างเหมาะสม เช่น ฉีดวัคซีนโรคพยาธิหนอนหัวใจอย่างสม่ำเสมอ และไม่ขยายพันธุ์สุนัขที่เป็นโรคหัวใจ เนื่องจากโรคหัวใจบางชนิดอาจถ่ายทอดทางกรรม พันธุ์ได้ และหากสุนัขแม่พันธุ์เป็นโรคหัวใจ จะมีความเสี่ยงในระหว่างการคลอดลูกด้วย นอกจากนี้การดูแลรักษาช่องปากในสุนัขก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากสุนัขมีหินปูนมาก หรือมีการอักเสบในช่องปากอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคติดเชื้อในหัวใจได้

tour deals online